ฟุตบอล

เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจเกมของทีม ฟุตบอล เชลซี เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล คืนวันอาทิตย์นี้ รอดูกัน “สิงห์บลูส์” ที่ได้สตาร์มาร่วมทีมหลายรายจะล้มแชมป์เก่าได้หรือไม่

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม ฟุตบอล คนหนุ่มไฟแรงของ เชลซี จะต้องเจอกับงานหนักในเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่สองของฤดูกาล 2020/21 เมื่อมีโปรแกรมเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า ในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ (22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย)

ฟุตบอล

ในช่วงซัมเมอร์นี้ “สิงห์บลูส์” ได้นักเตะฝีเท้ามาเสริมทัพหลายรายทั้ง ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, ฮาคิม ซิเย็ค, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ ส่วน “หงส์แดง” คว้าแข้งใหม่มาแล้ว 2 รายคือ คอสตาส ชิมิกาส กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า และกำลังจะได้ ดิโอโก้ โชต้า อีกคน

เชื่อว่าการเจอกันของทั้ง 2 ทีมในวันอาทิตย์นี้จะเป็นเกมที่เล่นกันได้สนุก และนี่คือ 5 ประเด็นที่ต้องจับตามอง

    1.วิวาทะของ 2 กุนซือ

แลมพาร์ด กับ คล็อปป์ กลายเป็นประเด็นร้อน หลังนายใหญ่ “หงส์แดง” พูดถึงเรื่องการใช้เงินมหาศาลในการลงทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพของ”สิงห์บลูส์” ในช่วงซัมเมอร์นี้

จากการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลทำให้ คล็อปป์ อดใจไม่ไหวต้องออกมาพูดพาดพิงเรื่องการใช้เงินสร้างทีม ขณะที่ แลมพาร์ด ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีมสตาฟฟ์ ลิเวอร์พูล หลังเคยมีเรื่องกันในเกมลีกช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ออกมาตอบโต้ว่า “หงส์แดง”” ก็เคยทำแบบนี้ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คล็อปป์ พยายามสงบศึกโดยยืนยันว่า “ไม่ เราไม่ได้เป็นศัตรูกันเลย เวลาที่พวกคุณ (นักข่าว) ถามผม ผมก็ตอบไปตรงๆ และทุกคนก็นำมันไปใช้ในแนวทางอย่างที่พวกเขาต้องการ พวกคุณล้วนแต่สร้างเรื่องขึ้นมา พวกคุณบอกว่าผมสร้างเรื่องเกี่ยวกับ “พฤติกรรมการซื้อนักเตะของ เชลซี” พวกคุณสร้างความเป็นศัตรูให้ระหว่างพวกเรา ทำไม?”

    2. เกปา ไหวไหม?    

เชลซี เปิดซีซั่นได้สวย หลังบุกไปชนะ ไบรท์ตัน 3-1 แต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ยังทำพลาดต่อเนื่องมาจากฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ไม่น่ามีอนาคตในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ไบรท์ตัน ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ซึ่งหลายคนมองว่า เกปา ทำพลาดในจังหวะนี้จากการที่กะจังหวะยืนและทิ้งตัวลงไปปัดไม่ดีพอ

เกปา มีโอกาสสูงที่จะเสียตำแหน่งมือ 1 ของ เชลซี หลังมีรายงานว่า “สิงห์บลูส์” กำลังจะได้ตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ นายด่าน แรนส์ มาร่วมทัพ และนัดนี้ต้องมาเจอกับ 3 ประสานแนวรุกสุดเทพของ “หงส์แดง” อีก ทำให้แฟนบอลคงต้องลุ้นกันหนัก

    3. ฮาแวร์ทซ์ ขอพิสูจน์ตัวเอง

เชื่อว่า แลมพาร์ด จะให้โอกาส ฮาแวร์ทซ์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน ได้ลงเป็น 11 ตัวจริงเหมือนเดิม แม้โชว์ฟอร์มไม่ออกในนัดแรก และจ่ายพลาดง่ายๆ ให้เห็นก็ตาม

มิดฟิลด์วัย 21 ปี ดูเหมือนจะแบกรับความกดดันมหาศาลกับค่าตัวหลังย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ถึง 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,800 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ฮาแวร์ทซ์ พร้อมพิสูจน์ตัวเองในเกมพบ ลิเวอร์พูล และมั่นใจจะเก็บคะแนนจากแชมป์เก่าได้แน่

“แน่นอนว่าพวกเขาคือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก เราให้ความเคารพ แต่เราก็เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมเหมือนกัน และจะสร้างความยากลำบากให้พวกเขาได้เหมือนกัน เราจะทำงานอย่างหนัก และผมเชื่อว่าเราจะมีโอกาสเก็บแต้มจากพวกเขาได้” ฮาแวร์ทซ์ กล่าว

4. ศึกดวลความเร็ว แวร์เนอร์-ฟาน ไดค์ 

ความเร็วของ แวร์เนอร์ กองหน้า เชลซี กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กตัวเก่ง ลิเวอร์พูล อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินเกมนี้

ฟาน ไดค์ มีทั้งความรวดเร็ว, แข็งแกร่ง และสูงใหญ่ โดยเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ มีสถิติวิ่งเร็วสุด 21.4 ไมล์/ชั่วโมง (ราว 33.79 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ซึ่งถือเป็นหนึ่งกองหลังที่วิ่งเร็วสุดในโลก

ขณะที่ แวร์เนอร์ ก็เป็นกองหน้าที่มีความเร็วเช่นกัน โดยมีสถิติท็อปสปีดอยู่ที่ 21.7 ไมล์/ชั่วโมง (ราว 33.802 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ทำให้การดวลกันของคู่นี้จึงน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

  5. สถิติช่วงหลัง ลิเวอร์พูล ข่มในลีก 

ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี มาได้ตลอดในเกม พรีเมียร์ลีก ที่เจอกัน 3 หนสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปได้ เพราะ “สิงห์บลูส์” เสริมทัพได้อย่างน่ากลัว

ในฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ เชลซี 2-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนกลับมาเปิดรัง แอนฟิลด์ อัดไปอย่างสนุก 5-3

เว็บ สมัคร เอเย่นต์ holiday บอกว่าเชลซี ชนะ ลิเวอร์พูล หนสุดท้ายในลีกต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2018 หลัง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำประตูโทนเฉือน 1-0 และเป็นการชนะนัดเดียวใน 11 เกมหลังสุดที่เจอกัน (เสมอ 5, แพ้ 5)